รู้จักการกินแบบคีโตเจนิค ไดเอต ( Ketogenic ) กินไขมันเพื่อลดไขมัน

0
142

 คีโตเจนิค ไดเอต ( Ketogenic ) หรือการกินไขมันเพื่อที่จะลดไขมัน ที่หลายๆคนเคยได้ยินกัน คือการกินไขมันเข้าไปยิ่งเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดไขมันได้เยอะตามไปด้วยแต่ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ทำกันง่ายๆ


หลายๆคนมีความเข้าใจที่ผิด เกี่ยวกับการกินแบบ คีโตเจนิค ไดเอต ( Ketogenic ) การกินแบบคีโตเจนิค เป็นการกินไขมันในปริมาณที่มากๆ โดยที่หลายๆคนคิดว่าเป็นเรื่องง่าย บางคนเลยเลือกที่จะกินอาหารจำพวกไขมันที่เป็นไขมันโดยทั่วๆไป เช่น บางคนอาจเลือกที่จะไปกินบุฟเฟ่บ่อยๆ กินหมูกระทะ ไขมันอิ่มตัว นั้นเป้นความเข้าใจกันที่ผิดมากๆ ไม่ใช่การกินไขมัน จะสักแต่ว่ากินอะไรก็ได้ ไขมันเยอะๆไปเลย แต่การกินแบบนี้เราก็ยังจะต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยเช่นกัน

ห้าม !! การตัดแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งที่หลายคนทำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การที่เราตัดแป้ง หรือไม่กินสารอาหารคาร์โบไฮเดรตเลย จะทำให้ร่างกายเราเกิดกระบวนการ ขาดพลังงาน จะทำให้ร่างกายเราจะหาแหล่งพลังงานมาเผาผลาญทดแทนซึ่ง จะนำไปสู่การขาดสารอาหารได้ ซึ่งนั้นจะกลายเป็นการทำร้ายกล้ามเนื้อแทน

เราต้องมาทำความเข้าใจหลักการทำงานของการกินแบบ คีโตเจนิค ( Ketogenic ) ก่อน อันดับแรกการกินแบบคีโตเจนิค จะประกอบไปด้วยหลักการโภชนาการต่อการกินทั้งวันจะเป็น ไขมัน 65-70% โปรตีน 20-25% และคาร์โบไฮเดรต 5% ของปริมาณ แคลอรี่ทั้งวัน จะเห็นได้ว่าปริมาณของคาร์โบไฮเดรตน้อยมากๆ แต่ยังไงก็ยังเป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อ

การปฏิบัติตามการกินแบบคีโตเจนิค ( Ketogenic ) คือการรับประทานไขมันเพื่อเอาไปใช้เป็นพลังงาน ซึ่งแน่นอนว่า เราเองก็ต้องมีการใช้ปริมาณต่อวันในปริมาณที่สูงมากๆเช่นกัน หลายๆคนคิดว่าแค่กินแบบนี้ก็พอแล้ว บอกเลยว่าจะยิ่งทำให้ร่างกายเราสะสมไขมันมากขึ้นไปอีก เพราะร่างกายไม่ได้เผาผลาญพลังงานออก

หลักการทำงานของการกินแบบคีโตเจนิค ( Ketogenic )  หรือ High Fat – Low carbs จะทำให้เราต้องจัดการกับระบบการกินของเรา ซึ่งจะทำให้เรานั้นมีวินัยในการกินเพิ่มมากขึ้น รู้จักการกินของที่ประโยชน์ มีการกินที่ดีขึ้น และการที่เราลดปริมาณของแป้งในแต่ละวันออกไป ก็จะทำให้เราได้รับพลังงานน้อยลง ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการ CALORIE DEFICIT นั้นก็คือ การที่เรากินต่อวันให้ได้พลังงานน้อยกว่าที่เราใช้ในแต่ละวัน

ซึ่งโดนปกติแล้วร่างกายของคนเราจะใช้แหล่งพลังงานหลักมาจาก กลูโคส หรือก็คือน้ำตาลซึ่งน้ำตาลนี้เองก็แปรสภาพมาจาก คาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง เมื่อย่อยสลายแล้วนั้นเอง ซึ่งถ้าเรากินคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่น้อยลง แล้วกินไขมันในปริมาณที่มากขึ้น ร่างกายของเราก็จะทำการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน ที่ร่างกายได้รับในปริมาณที่มากกว่าจากการกินของเรา นั้นเอง

เพราะฉะนั้น ห้าม !! ตัดแป้ง หรือ สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เพื่อให้ร่างกายของเราเริ่มต้นกระบวนการ KETONES หรือการเผาผลาญพลังงานไขมันเป็นหลักนั้นเอง แน่นอนว่าจากการที่เราเริ่มปรับตัวการกิน แรกๆจะทำให้ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานได้ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ้นสารอาหารที่ร่างกายเราเผาผลาญหลักๆ ก็จะเป็นไขมันนั้นเอง

การกินแบบคีโตเจนิค ( Ketogenic ) เราก็ต้องยังคงการออกกำลังควบคู่ไปด้วย ร่างกายถึงจะดึงไขมันที่ตกค้างอยู่ในร่างกายดึงมาใช้เป้นพลังงานพร้อมๆกับ ปริมาณของพลังงาสนไขมันที่ร่างกายได้รับเข้าไปใหม่ ซึ่งอาจจะใช้เวลานานอยู่พอสมควร

แล้วการกินแบบคีโตเจนิค ( Ketogenic ) เรากินอะไรเพื่อเป็นไขมันได้บ้าง โอเค เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน การกินแบบ High Fat แน่นอนก็คือการกินไขมันในปริมาณมากๆ ในนี้รวมถึงทั้ง ไขมันดี และ ไขมันไม่ดีด้วยเช่นกัน สิ่งที่เรากินกันในชีวิตประจำวันบ่อยๆนั้น ส่วนใหญ่ก็จะมีทั้ง ไข่แดง เบค่อน หรือแม้กระทั่งหมูสามชั้น เราก็ยังสามารถกินได้ แต่ก็ให้เพิ่มปริมาณไขมันดีเข้าไปด้วยเหมือนกัน เช่น การกินถั่ว ปลาทะเล อโวคาโด้ เพื่อเพิ่มไขมันดีเข้าไปร่างกาย

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here