ใน 1 วัน ร่างกายต้องการวิตามินเท่าไหร่ ถึงจะพอ

0
44

เคยสงสัยกันมั้ย ว่าร่างกายเราต้องได้รับวิตามินมากแค่ไหน สำหรับการใช้ชีวิต ใน 1 วัน


ทุกคนต่างก็รู้ดี ว่าเราต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวัน อยู่แล้ว แต่สารอาหารแต่ละอย่างที่เรากินในแต่ละวันนั้น หลายคนก็มันจะเน้น โปรตีน คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เพื่อให้เกิดพลังงาน และการเผาผลาญ ซึ่งแต่ละสารอาหารต่างก็สำคัญ และมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาณืโบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ หรือแม้กระทั่ง ไขมัน

ในวันนี้เราจะมีพูดถึงสารอาหาร วิตามิน นั้นเอง แน่นอนว่า สารอาหารอะไร ร่างกายของเราก็ไม่สามารถที่จะขาดได้ แต่ในกลุ่มของ วิตามิน และเกลือแร่ เป็นส่วนที่ในแต่ละวัน เรามักจะมองข้ามกัน โดยเฉพาะในวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ อย่าง วิตามินบีและซี ร่างกายของเรามีการขับน้ำออกทุกวัน ด้วยการฉี่หรือ ปัสสาวะออก ทำให้มีการสูญเสียวิตามินที่ละลายน้ำได้

แต่กับวิตามิน A,D,E,K ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายของเราจึงสะสมวิตามินพวกนี้ไว้ได้ แต่อย่างไงก็ตาม ร่างกายของเราก็ต้องการ การเติมเต็มวิตามินในแต่ละวันอยู่ดี

ร่างกายของเราต้องการวิตามิน หลายตัวมากๆ ดังนี้

  • วิตามินเอ ที่ช่วยเสริมการบำรุงการมองเห็น บำรุงสายตา กระดูก ฟัน เหงือก รวมไปถึงการแก้อาการอักเสบของผิวหนัง ร่างกายต้องการต่อวันประมาณ 800 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี วิตามินบีเอง มีหลกหลายชนิด มีทั้ง วิตามินบี 1 ,บี 2,บี 3,บี 5,บี 6,บี 9,บี 12 และไบโอติน ซึ่งแต่ละชนิดนั้น จะมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป และร่างกายเอง ก็ยังต้องการในปริมาณที่แตกต่างกันอีกด้วย
    • วิตามินบี 1 (ไทอะมีน ) ช่วยบำรุงประสาท บำรุงสมอง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต บำรุงกล้ามเนื้อ ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างปกติ ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 5 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 2 ( ไรโบฟลาวิน ) ช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม เล็บ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์ ช่วยเพิ่มประวิทธิภาพในการมองเห็น ลดอาการเจ็บปวดจาก ไมเกรน ร่างกายต้องปริมาณวันละ 7 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 3 ( ไนอะซิม ) มีส่วนสำคัญมากๆ ในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ในร่างกาย ในลดลง เบาเทาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 20 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 5 ( กรดแพนโทเทนิก ) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ รักษาอาการเหน็บชา ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 6 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 6 ( ไพริด็อกซิน ) ป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีน และไขมันได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันโรคทางระบบประสาท และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายได้ ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 2 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 9 ( โฟเลต ) ช่วยบำรุงผิวพรรณ ระบบประสาทแข็งแรง ป้องกันแผลร้อนใน พยาธิในลำไส้ อาการแพ้จากอาหารเป็นพิษ ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 200 ไมโครกรัม
    • วิตามินบี 12 ( โคบาลามิน ) บำรุงระบบประมาท ทำให้ระบบประสาทแข็งแรง เพิ่มสมาธิ ช่วยเพิ่มความจำ บรรเทาอาการหงุดหงิด ลดความเครียด และเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 2 ไมโครกรัม
    • ไบโอติน ( วิตามินบี 7 ) ช่วยรักษาสุขภาพของผิวพรรณ เส้นผม เล็ก บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยเผาผลาญไขมันและโปรตีน ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 150 ไมโครกรัม
    • วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย รักษาการเสื่อมของร่างกาย ลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันหวัด ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 60 มิลลิกรัม
    • วิตามินดี ช่วยเสริมการทำงานของ แคลเซียม และ ฟอสฟอรัสในร่างกาย ซึ่งจำเป็นมากๆต่อการทำงานของ กระดูก และ ฟัน ช่วยป้องกันหวัด ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 5 ไมโครกรัม
    • วิตามินอี ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ป้องกันการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 10 มิลลิกรัม
    • วิตามินเค ป้องกันเลือดออกภายใน และเลือกไหลไม่หยุด บรรเทาอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ ป้องกันโรคกระดูกเปราะ ร่างกายต้องการปริมาณวันละ 80 ไมโครกรัม

ดูจากปริมาณวิตามินต่างๆที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน อาจจะดูน้อยมากก็จริง แต่ในแต่ละวันก็ไม่สามารถที่จะขาดวิตามินเหล่านี้ได้ จึงควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วน เหมาะสมในแต่ละวัน

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here