โยเกิร์ต ดีแค่ไหน ดียังไง ไปดูกัน

0
55

โยเกิร์ต ประโยชน์น่ารู้ มีประโยชน์แค่ไหน สารอาหารครบถ้วน


โยเกิร์ต นั้น เป็นการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนม ที่เป็นการแปรรูปด้วยการหมักด้วยแบคทีเรีย โปรไปโอติก หรือแบคทีเรียชนิดดีตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ซึ่งแบคทีเรีย ที่มีประโยชน์ในการฟื้นฟูและปรับสมดุงของร่างกาย ตัวอย่างแบคทีเรียชนิดดีเช่น แลคโตบาซิลลัส แรสโนซัส ( Lactobacillus Rhamnosus ) แลคโตบาซิลลัส บัลการิคัส ( Lactobacillus Bulgaricus ) เอนเทอโรค็อกคัส ฟีเชียม ( Enterococcus Faecium ) สเตรปค็อกคัส เทอร์โมฟิลัส ( Streptococcus Thermophilus ) เป็นต้น

  • แลคโตบาซิลลัส แรสโนซัส ปกป้องระบบทางเดินหายใจ ปกป้องระบบทางเดินอาหาร ปกป้องภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • แลคโตบาซิลลัส บัลการิคัส แก้อาการท้องผูก

ส่วนประโยชน์สำหรับโยเกิร์ตนั้นเอง ก็มีมากมายเหมือนกัน แน่นอนว่าเกี่ยวกับสุขภาของเราแน่นอน ไม่ว่าในทั้งเด็ก และผู้ใหญ่

  • บำรุงผิวหน้า สูตรบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและขาวใสยอดนิยมและเชื่อว่าได้ผลดี คือการใช้โยเกิร์ตธรรมชาติพอกหน้าแล้วล้างออก สำหรับข้อพิสูจน์ในด้านนี้ การศึกษางานหนึ่งเผยผลลัพธ์จากการใช้มาส์กหน้าโยเกิร์ตซึ่งใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยพบว่ามาส์กหน้าโยเกิร์ตช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ความสว่างใส และความหยืดหยุ่นให้แก่ผิวหน้าส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และแม้ผลการศึกษานี้จะยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ใจ แต่การใช้โยเกิร์ตพอกหน้าก็น่าจะเป็นอีกวิธีที่ไม่ยุ่งยากและปลอดภัย ทั้งนี้ผู้ที่รักการบำรุงผิวหน้าทั้งหลายควรลองทำตามอย่างเหมาะสมและระมัดระวังการแพ้หรือระคายเคืองจากการใช้
  • ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลการศึกษาประสิทธิภาพในด้านนี้ยังมีความไม่สม่ำเสมอ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าโยเกิร์ตจะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ดี การศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานโยเกิร์ตมากกว่า 200 กรัมต่อวันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ลดน้อยลง ซึ่งจะได้ผลหรือไม่ได้ผลจริงก็ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยที่น่าเชื่อถือและรัดกุมกว่าในปัจจุบัน
  • ช่วยลดน้ำหนัก อีกหนึ่งสรรพคุณที่คุ้นเคยกันดีของโยเกิร์ต การรับประทานโยเกิร์ตในปริมาณมากส่งผลให้ผู้ทดลองมีอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักลดน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่มีงานหนึ่งที่นอกจากจะไม่พบว่าการรับประทานโยเกิร์ตมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก การรับประทานโยเกิร์ตในปริมาณมากยังอาจส่งผลให้มีรอบเอวเพิ่มขึ้น
  • ลดกลิ่นปาก รักษาสุขภาพเหงือกและฟัน มีงานวิจัยออกมาว่าการรับประทานโยเกิร์ตประมาณวันละ 90 มิลลิลิตร โดยแบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 6 สัปดาห์ มีประโยชน์ต่อการลดกลิ่นปากที่เกิดจากการสะสมของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นในปาก เช่น ไฮโดรเจน ซัลไฟด์ โดยคาดว่าผลลัพธ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียที่มีชีวิตในโยเกิร์ต โดยเฉพาะแบคทีเรียสเตปค็อกคัส เธอร์โมฟิลัสและแลคโตบาซิลลัสบัลการิคัส ที่อาจมีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นปากจากการสะสมของแบคทีเรียในปากได้
  • โยเกิร์ตย่อยง่ายกว่านม หลายคนร้องอี้เมื่อได้ยินคำว่านม ก็เพราะว่าดื่มนมทีไรมีอันต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกันแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว นั่นเพราะว่าคุณนั้นไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในน้ำนมได้ แต่ถ้าคุณหันมาทานโยเกิร์ตรับรองได้ว่าไม่มีปัญหาเรื่องท้องเสียอย่างแน่นอน จ้า เพราะขั้นตอนการทำโยเกิร์ตนั้นน้ำตาลแลตโตสจะถุกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกาแลคโต สและกลูโคส โยเกิร์ตจึงทานง่ายแถมยังย่อยง่ายไร้ปัญหา
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น และกรดแลคติคในนมเปรี้ยว และโยเกิร์ตจะช่วยให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้น
  • ป้องกันแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายขึ้น และกรดแลคติคในนมเปรี้ยว และโยเกิร์ตจะช่วยให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้น
  • ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน มีการศึกษามากมาย ชี้ว่าการกินโยเกิร์ตทุก ๆ วันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย ดังนั้น โปรไบโอติกส์สำคัญมาก ๆ เพราะมันช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันไปจนถึงระดับเซลล์ ซึ่งจะปกป้องคุณจากไวรัส ปรสิต และมะเร็ง คุณจะได้มีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น

แต่การกินโยเกิร์ตในปริมาณที่มากจนเกินไป ก็เป็นผลเสียได้เหมือนกัน ข้อควรระวังในการกินโยเกิร์ต สำหรับคนทั่วไปโดยมาก อาจจะมีผลข้างเคียง กับสารหรือยาบางตัว

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here