คาเฟอีน กับร่างกาย มีประโยชน์หรือให้โทษต่อร่างกาย

0
90

คาเฟอีน กับร่างกาย สัมพันธ์กันยังไง ประโยชน์ของคาเฟอีน ข้อดีและข้อเสีย คือสงสัยกันมั้ย


คาเฟอีน การกินกาแฟ หลายๆคนรู้อยู่แล้ว ว่าในกาแฟ มีคาเฟอีน แล้วการกินคาเฟอีนให้อะไรกับร่างกายของเราบ้าง ไม่ว่าจะเป้นผลดี ผลเสีย เพราะผลที่ได้รับหลังการบริโภคคาเฟอีนนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละคนตามปัจจัยต่าง ๆ บางคนเชื่อว่าคาเฟอีนอาจทำให้สมองปลอดโปร่ง กระปรี้กระเปร่า แต่กลับบางคน รู้สึกว่าคาเฟอีนทำให้ปวดหัว นอนไม่หลับ คลื่นไส้ ใจสั่น และสรุปการกินคาเฟอีน ดีหรือมีผลเสียมากกว่ากันหละ

Aerial view of various coffee

มาดูแหล่งอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่ให้คาเฟอีนกันดีกว่า

คาเฟอีนมีอยู่ในอาหารหลายชนิดที่ผู้คนนิยมรับประทานกันในชีวิตประจำวัน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมประเภท โคล่า เครื่องดื่มชูกำลัง รวมไปถึง ช๊อคโกแล็ตเองก็ด้วย นอกจากนี้ กาแฟดีแคฟหรือกาแฟที่ระบุว่าไม่มีสารคาเฟอีนนั้น ความจริงแล้วยังมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบอยู่ เพียงแต่มีปริมาณน้อยมาก หรือแม้แต่ยาแก้ปวดบางชนิดก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยเช่นกัน อาหารและเครื่องดื่มแต่ละชนิดจะมีปริมาณคาเฟอีนไม่เท่ากัน ซึ่งอาหารที่มีคาเฟอีนมากที่สุด แน่นอนว่าคือ กาแฟ อยู่แล้ว โดยเฉลี่ยกาแฟปริมาณ 240 มิลลิลิตร จะมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 95 – 200 มิลลิกรัม

และปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสมในแต่ละวันหละ

โดยปกติแล้ว คนทั่วไปควรจะได้รับสารประเภทคาเฟอีน ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ ปริมาณกาแฟ 4 แก้ว เครื่องดื่มชูกำลัง 2 ขวด หรือโคล่าประมาณ 10 กระป๋อง แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาล ที่จะมากจนเกินไปด้วย รวมถึงกาแฟชงสำเร็จก็มีน้ำตาลผสมอยู่ในปริมาณมากเช่นกัน หากบริโภคเป็นประจำอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้ ดังนั้น นอกจากปริมาณคาเฟอีนที่ต้องควบคุมแล้ว ยังต้องระวังเรื่องการบริโภคน้ำตาลส่วนเกินที่อยู่ในอาหารแต่ละชนิดด้วย

แล้วประโยชน์โดยรวมของคาเฟอีนหละ

  • ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น คาเฟอีนจะไปปิดกั้นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณของสารสื่อประสาทชนิดอื่นอย่างโดปามีนและนอร์อิพิเนฟรินเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้มีการส่งข้อมูลของเซลล์ประสาทภายในสมองเพิ่มมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย คาเฟอีนอาจเพิ่มระดับอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างหนัก และคาเฟอีนยังช่วยสลายไขมันให้เป็นพลังงานอีกด้วย
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น คาเฟอีนจะเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกายให้มากขึ้น คาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญของคนอ้วน 10 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มอัตราการเผาผลาญของคนผอม 29 เปอร์เซ็นต์
  • ช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น คาเฟอีนอาจเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหายใจในผู้ที่เป็นโรคหอบหืดได้ แต่ก็เป็นเพียงในระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น

แล้วถ้ากินคาเฟอีนมากจนเกินไปหละ จะเป็นยังไง

  • นอนไม่หลับ ประโยชน์อย่างหนึ่งของคาเฟอีน คือ ทำให้ตื่นตัวไม่ง่วงนอน แต่ในขณะเดียวกัน การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจทำให้นอนไม่หลับได้
  • เกิดความเมื่อยล้า การบริโภคคาเฟอีนอาจเพิ่มพลังงานและประสิทธิภาพต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ แต่หลังจากหมดฤทธิ์แล้ว คาเฟอีนอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าตามมาได้เช่นเดียวกัน
  • ติดคาเฟอีน คาเฟอีนจะทำให้สมองหลั่งสารบางอย่างออกมาในลักษณะที่คล้ายกับการติดสารเสพติด จึงอาจเกิดอาการติดคาเฟอีนได้ นอกจากนี้ หากเป็นผู้ที่บริโภคคาเฟอีนปริมาณมากในแต่ละวัน
  • ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น การบริโภคคาเฟอีนปริมาณมากอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราว จึงอาจเกิดผลกระทบต่อระบบประสาท และอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนอาจเกิดความผิดปกติอย่างภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วได้
  • ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายมีปัญหา คาเฟอีนทำให้กรดในกระเพาะอาหารมีปริมาณเพิ่มขึ้น จึงอาจทำให้มีอาการแสบร้อนกลางอก หรือมีอาการกรดไหลย้อนได้ อีกทั้งหากได้รับคาเฟอีนมากเกินไป

มาพูดถึงอาการสำหรับคนที่แพ้คาเฟนอีนกันบ้างดีกว่า

ถึงแม้คาเฟอีนจะมีประโยชน์ในแง่ของการตื่นตัว รวมถึงสมาธิในการทำงาน แต่ขณะเดียวกัน คาเฟอีนก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายจนทำให้เกิดเป็นอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายไวต่อสารคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็นอาการ

  • หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  • เกิดอาการกระวนกระวาย วิตกกังวล
  • มือไม้สั่น
  • ปวดศีรษะ

หรือสำหรับบางคนที่มีอาการไวต่อคาเฟอีน ซึ่งจะไม่เหมือนกันอาการแพ้คาเฟอีน ถ้ามีอาการไวต่อคาเฟอีน จะมีอาการ ผื่นลมพิษขึ้น โดยเฉพาะตุ่มแดงบวมที่อาจมีจำนวนมาก ปาก และคอบวมขึ้น รู้สึกระคายเคืองที่ริมฝีปาก ข้างในปาก และลิ้น

โดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าใครที่แพ้คาเฟอีน อาการแพ้จะเริ่มเห็นผลหลังจากที่ได้รับคาเฟอีนไปแล้ว ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อาการโดยส่วนใหญ่แล้ว จะค่อนข้างร้ายแรง เป็นทั้ง

  • เกิดอาการบวมตามร่างกายหลายที่ เช่น ดวงตา ริมฝีปาก ใบหน้า และลิ้น
  • หายใจไม่สะดวก
  • มีปัญหาด้านการพูด
  • หายใจมีเสียงฟืดฟาด
  • ไอเรื้อรัง
  • คลื่นไส้อาเจียน

สาเหตุการแพ้คาเฟอีนที่พบกันบ่อยๆนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจาก กลไกทางร่างกายไม่สามารถขับ หรือระบายคาเฟอีนออกมาได้บ้าง กลไกร่างกายของผู้ที่แพ้สารคาเฟอีนจะมองว่า สารคาเฟอีนที่รับเข้ามาในร่างกายเป็นตัวบุกรุก ดังนั้นเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีสารคาเฟอีนเข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะผลิตสารอิมมูโนโกลบูลิน อี ให้ไปกระตุ้นสารฮิสตามีนให้หลั่งออกมามากขึ้น เพื่อกำจัดโมเลกุลของสารคาเฟอีนที่ร่างกายเข้าใจผิดว่า เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดการอักเสบกับร่างกาย

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here