อะไรคือ ??  แลคโตสฟรี คงเคยได้ยิน นมแลคโตสฟรีกันใช่มั้ย

0
51

อะไรคือ แลคโตสฟรี หลายๆคนคงรู้จัก นมแลตโตสฟรี แต่มันต่างกับนมธรรมดายังไงไปดูกัน


แลคโตสฟรี แลคโตส คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง หรือก็คือสารให้ความหวานชนิดหนึ่งนั้นเอง และแลตโตสเนี่ยมันมีอยู่ ในอาหารประเภทอะไรบ้างหละ แลคโตสนั้นเอง เป็นน้ำตาลประเภท น้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่เป็นการรวมกันของน้ำตาล 2 ชนิดคือ   น้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลกาแลคโตส แลคโตสพบในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จึงพบได้ในทั้งน้ำนมแม่ น้ำนมวัว น้ำนมแพะ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ เมื่อเราดื่มนม

แลคโตสจะถูกย่อย ในลำไส้ โดยเอนไซม์ที่สร้างจากเซลล์ผนังลำไส้ที่มีชื่อว่าแลคเตส จนได้กลูโคสและกาแลคโตสหลังจากนั้นจะถูกดูดซึมผ่านลำไส้ไปสู่กระแสเลือดเพื่อใช้สร้างเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย แน่นอนว่าน้ำตาลแลคโตสนั้น จะพบได้มากในสารอาหารประเภทนม หรือของที่มีการแปรรูปมาจากนม เช่น นมข้น โยเกิร์ต ครีม ไอศกรีม ซึ่งปริมาณของน้ำตาลแลคโตสในนม และผลิตภัณฑ์จากนมมีต่างกันไปดังนี้

  • นมวัว ( รวมไปถึงแบบพร่องมันเนย / ขาดมันเนย / ธรรมดา ) 1 แก้ว ( 250ml ) มี 12 กรัม
  • นมแพะ 1 แก้ว ( 250 ml ) มี 9 กรัม
  • นมข้น 1 ถ้วย ( 250 ml ) มี 24 กรัม
  • ไอศกรีม 1 ถ้วย ( 250 ml ) มี 12 กรัม
  • ครีม 1 ถ้วย ( 250 ml ) มี 8 กรัม
  • โยเกิร์ต 1 ถ้วย ( 250 ml ) มี 5 กรัม
  • ชีส 1 ออนซ์ ( 28 กรัม ) มี 1 กรัม
  • เนยและมาการีน มีแลคโตสน้อยมาก

แล้วคำว่า แลคโตสฟรี มันคืออะไร แตกต่างกันยังไง

อย่างที่ได้อ่านกันไปข้างบนว่า นมมีน้ำตาลที่เรียกว่า “แลคโตส” เป็นส่วนประกอบ น้ำตาลแลคโตส เป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ ร่างกายของเราต้องใช้เอนไซม์แลคเตส เพื่อเปลี่ยนแลคโตสให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวก่อน ร่างกายจึงจะสามารถดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมทั้งทารกของมนุษย์ มีเอนไซม์แลคเตสอย่างอุดมสมบูรณ์ในร่างกาย ทำให้สามารถดื่มนมจากแม่ได้ แต่เมื่ออายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป เอนไซม์แลคเตสจะลดปริมาณลงอย่างมาก เมื่อไม่มีแลคเตส มนุษย์เราจึงเกิดอาการที่เรียกว่า “แพ้นม” เกิดขึ้น

การแพ้น้ำตาลแลคโตสในนม เกิดขึ้นกับเด็กทารกมากถึง 0.3 – 7.5 % และ 1 ใน 5 ของเด็กที่แพ้นมจะมีอาการนี้จนถึงตอนโต ซึ่งในปัจจุบันอัตราการเพิ่มของผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสในนมมีมากถึง 80 – 100 ​% และในประเทศไทยมีรายงานว่า มีคนไทยถึง 98% ที่อยู่ในภาวะนี้ ที่น่าสนใจก็คือคนเอเซียรวมทั้งคนไทยโดยกรรมพันธุ์ส่วนใหญ่จะขาดเอนไซม์ชนิดนี้อีกด้วย

แต่อาการแบบนี้โดยทั่วๆไปแล้ว ไม่ใช่อาการแพ้ แต่เป็นอาการระคายเคือง ในระบบทางเดินอาหาร ที่ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ซะมากกว่า ถ้าเรามีอาการแบบนี้ เช่น ไม่สบายท้อง หลังจากการดื่มนมหรือกินผลิตภัณฑ์จากนม เกิดแก๊สมากในกระเพาะอาหาร ทำให้ท้องอืด เรอ และอาหารไม่ย่อย สำหรับบางคนอาจเกิดอาการปวดท้องหรือท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งจะแตกต่างจากอาการแพ้โปรตีนในนม ซึ่งอาการแพ้โปรตีนในนมนั้น ที่จะทำให้มีอาการปากเจ่อบวม หายใจติดขัด ผื่น หรือถ่ายเป็นเลือด

นมวัวเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลัก ที่ให้วิตามิน เกลือแร่ โปรตีน แคลเซียม และไขมันดีช่วยละลายวิตามิน มากกว่านมถั่วเหลือง หรือนมทางเลือกจากพืชอื่นๆ ในปริมาตรที่เท่ากัน แน่นอนว่ามีแหล่งอาหารมากมายที่ให้สารอาหารที่คล้ายกันกับ นม แต่ยังไงซะการทานนม อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน

สำหรับหลายๆคน ที่มีปัญหากับเรื่องการย่อยน้ำตาลในนม หลายๆคนถึงได้เลือกผลิตภัณฑ์แลคโตสฟรีกันซะเป็นส่วนใหญ่ หรือ นมแลคโตสฟรีนั้น ก็คือ นมสำหรับคนแพ้นม หรือแพ้น้ำตาลในนมนั้นเอง นมแลคโตสฟรี คือนมวัวแท้ ๆ ที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายน้ำตาลด้วยเอนไซน์ธรรมชาติ แลคเตส หรือ เอนไซม์เบต้า-กาแลคโตซิเดส ทำให้น้ำตาลแลคโตสที่มีอยู่ในนมนั้นหมดไป รวมถึงทำให้โมเลกุลของนมเล็กลง​ จึงทำให้ดื่มง่ายขึ้น และยังมีความหวานจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเบาๆด้วย ทางด้านคุณประโยชน์ยังเทียบเท่านมวัวในธรรมชาติทั่วไป และยังช่วยทำให้แลคโตสในนมมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก

มีคุณประโยชน์กับทางเดินอาหารของเรา ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ก่อให้เกิด โรคกระเพาะ, ลดอาการท้องผูก, ลดความดันโลหิต, ช่วยเพิ่มวิตามินบางชนิด เช่น B1, B2, B6 และ B12 เพิ่มการดูดซึมของแคลเซียม ช่วยลดปริมาณสารพิษ​และเอนไซม์ที่เป็นพิษซึ่งเกิดจากจากกระบวนการเมตาบอลิซึม จึงทำให้มีสารพิษเข้าสู่ตับลดลงด้วย แน่นอนว่ารสชาติของนมแลคโตสฟรีนั้นไม่แตกต่างจากนมวัวธรรมดาเลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here