เครื่องดื่มวิตามิน น้ำใส่วิตามิน ดีจริงหรือมั่วนิ่ม น้ำวิตามินดีจริงไหม

0
30

 เครื่องดื่มในรูปแบบใหม่ น้ำใส่วิตามิน น้ำวิตามินดีจริงไหม หรือแค่เป็นเทรนด์กำลังฮิต


กลายเป็นเทรนด์ในช่วงนี้ไปซะแล้ว สำหรับ เครื่องดื่มผสมวิตามินไม่ว่าจะเป็น วิตามิน ซี วิตามิน บี แล้ว น้ำวิตามินดีจริงไหม ดียังไง

น้ำดื่มแนวใหม่ ที่เราเห็นได้ในทุกร้านสะดวกซื้อกันแล้วใน ช่วงนี้เลย ก็คือ น้ำใส่วิตามิน เครื่องดื่มที่มาแรงในช่วงนี้เลย

ก็ว่า สำหรับเครื่องดื่ม ที่ตีตลาดวงการ คนดูแลสุขภาพ ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบน้ำดื่ม ที่ง่ายต่อการดื่มมากๆ เราแล้วคนนึงที่พอเข้าร้านสะดวกซื้อ ไปซื้ออะไรซักอย่างกิน ก็มักจะติด น้ำใส่วิตามินออกมาด้วยซักขวด

น้ำวิตามินดีไหม

น้ำดื่มธรรมดา กับ น้ำใส่วิตามิน มันแตกต่างกันยังไงบ้าง

น้ำวิตามินดีไหม น้ำใส่วิตามิน จะเป็นน้ำในประเภท น้ำเปล่าใสๆแบบปกติ ที่ผสมกันวิตามิน โดยจะมีกลิ่นและรสเล็กน้อย กลิ่นจำพวกกลิ่นของผลไม้ รวมไปถึงเครื่องดื่มใสๆ ที่มีกลิ่นหรือรสชาติของผลไม้ จากสารอาหารที่ทำการผสมเข้าไปนั้นเอง

แล้ว เราจะมั่นใจได้แค่ไหน ว่าวิตามินที่ให้เราดื่มนั้น มีประโยชน์กับร่างกายของเราจริงๆหละ น้ำวิตามินดีไหม

น้ำดื่มวิตามิน ที่เราเห็นการตามท้องตลาสดส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นน้ำดื่มผสมกับ วิตามิน บี และ วิตามินซี ที่เราพบมากๆในท้องตลาด หรือหลายๆยี่ห้อเองก็จะผสม วิตามินหลายๆอย่าง ทั้ง วิตามินบี 1 – 12 ไบโอติน กรดโฟลิค และอีกหลายๆอยน่างที่เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุตัวดี

แล้ว น้ำใส่วิตามิน น้ำวิตามินดีไหม ? โดยเราจะดูประโยชน์ของวิตามินแต่ละตัวที่เราดื่มเข้าไปได้ จากอ้างอิงทั่วๆไปเลย

  • วิตามินเอ ที่ช่วยเสริมการบำรุงการมองเห็น บำรุงสายตา กระดูก ฟัน เหงือก รวมไปถึงการแก้อาการอักเสบของผิวหนัง
  • วิตามินบี วิตามินบีเอง มีหลากหลายชนิด มีทั้ง วิตามินบี 1 ,บี 2,บี 3,บี 5,บี 6,บี 9,บี 12 และไบโอติน ซึ่งแต่ละชนิดนั้น จะมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป และร่างกายเอง ก็ยังต้องการในปริมาณที่แตกต่างกันอีกด้วย
  • วิตามินบี 1 (ไทอะมีน ) ช่วยบำรุงประสาท บำรุงสมอง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต บำรุงกล้ามเนื้อ ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างปกติ วิตามินบี 2 ( ไรโบฟลาวิน ) ช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม เล็บ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น
  • วิตามินบี 3 ( ไนอะซิม ) มีส่วนสำคัญมากๆ ในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ในร่างกาย ในลดลง เบาเทาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน
  • วิตามินบี 5 ( กรดแพนโทเทนิก ) ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ รักษาอาการเหน็บชา
  • วิตามินบี 6 ( ไพริด็อกซิน ) ป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีน และไขมันได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันโรคทางระบบประสาท และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายได้
  • วิตามินบี 9 ( โฟเลต ) ช่วยบำรุงผิวพรรณ ระบบประสาทแข็งแรง ป้องกันแผลร้อนใน พยาธิในลำไส้ อาการแพ้จากอาหารเป็นพิษ
  • วิตามินบี 12 ( โคบาลามิน ) บำรุงระบบประสาท ทำให้ระบบประสาทแข็งแรง เพิ่มสมาธิ ช่วยเพิ่มความจำ บรรเทาอาการหงุดหงิด ลดความเครียด และเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
  • ไบโอติน ( วิตามินบี 7 ) ช่วยรักษาสุขภาพของผิวพรรณ เส้นผม เล็ก บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยเผาผลาญไขมันและโปรตีน
  • วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย รักษาการเสื่อมของร่างกาย ลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันหวัด ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
  • วิตามินดี ช่วยเสริมการทำงานของ แคลเซียม และ ฟอสฟอรัสในร่างกาย ซึ่งจำเป็นมากๆต่อการทำงานของ กระดูก และ ฟัน ช่วยป้องกันหวัด
  • วิตามินอี ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ป้องกันการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • วิตามินเค ป้องกันเลือดออกภายใน และเลือกไหลไม่หยุด บรรเทาอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ ป้องกันโรคกระดูกเปราะ

โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่องดื่มผสมวิตามิน น้ำวิตามินในรูปแบบขวด ไม่ว่าจะเป็น หมวดของ วิตามินซี วิตามินบีผสม ก็มักจะให้ปริมาณของวิตามินเพียงพอแล้ว สำหรับที่ร่างกายของเราควรจะได้รับต่อวัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here