ลด 10 กิโลใน 1 เดือน ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องอดอาหาร

0
26

ลด 10 กิโลใน 1 เดือน ถือว่าเป็นอะไรที่เยอะมากๆเลยสำหรับการลดหุ่น แต่ก็อาจจะสามารถทำได้นะ


ลด 10 กิโลใน 1 เดือนแถมไม่ต้องอดอาหาร ไม่โยโย่ แค่มีวินัย ความตั้งใจ ก็ทำได้แล้ว

หลายคนอาจจะท้อ กับการลดน้ำหนัก หรือหลายๆคนที่จะทำการลดน้ำหนัก แต่ไม่ได้ตามที่ใจหวัง วันนี้เราลองมาอ่านบทความนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางการ ลด 10 กิโลใน 1 เดือนมันทำได้ยังไง ตั้ง 10 กิโลเลยนะ อยากบอกตรงนี้เลยว่า ทำได้ แต่เพียงแค่เราจะต้องมีวินัย มีความตั้งใจ และจริงจังด้วย

ลด 10 กิโลใน 1 เดือน

การลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการทำในรูปแบบไหนก็ตาม ห้ามอดอาหารเด็ดขาด การอดอาหารจะทำให้ร่างกายของเรา ปรับระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเรา ให้ลดลงไปด้วย พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งเราอดอาหาร ระบบเผาผลาญก็ยิ่งน้อยลง หลายๆคนมักคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่ตกข้างอยู่ในร่างกาย ที่จริงแล้วก็ถูกครึ่งนึง

การที่ร่างกายเราจะเผาผลาญพลังงานจากไขมัน ที่ตกข้างอยู่ในร่างกายของเรานั้น หรือการกระทำที่คล้ายๆกับการกิน Ketogenic นั้น ไม่ได้เกิดกระบวนจากการที่เราหักดิบทำเลย แต่จะเกิดจากการที่ร่างกายของเรา เกิดความเคยชินกับระบบการทำงานของระบบในร่างกายนั้นเอง นั้นคือ เราต้องค่อยๆปรับ ไม่อดอาหาร เพื่อแต่กินให้น้อยลงแต่ต้องได้สารอาหารให้ครบถ้วน

ลด 10 กิโลใน 1 เดือนการที่เราจะลดน้ำหนักถึง 10 กิโลกรัม ในระยะเวลาที่สั้นมาก 1 เดือน ทำยังไงหละ อันดับแรกเลย เราจะต้องปรับการทำงานของระบบในร่างกายของเราซะก่อน คือ ปรับทั้งการกิน ปรับทั้งการใช้ชีวิต กิจวัตรประจำวัน รวมไปถึง การเผาผลาญพลังงานต่อวันของร่างกายเรา แล้วทำยังไงหละ

เริ่มจากการคำนวน ปริมาณแคลอรี่ ที่เราได้รับต่อวัน รวมไปถึง คำนวนปริมาณของแคลอรี่ ที่เราเผาผลาญต่อวันด้วย ซึ่งก็สามารถคำนวนได้จาก >> ตรงนี้เลย << เราจะต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนการกินเลย โดยปกติแล้ว แคลอรี่ที่ร่างกายของเราต้องการได้รับต่อวัน จะอยู่ประมาณ 2200 กิโลแคลอรี่ สำหรับผู้ชาย และ 1800 กิโลแคลอรี่ สำหรับผู้หญิง  คำเตือนห้ามกินน้อย 1000 กิโลแครอลี่เด็ดขาด

แต่ต้องทำความใจกันก่อนนะ ว่าห้ามกินน้อยกว่า 1000 กิโลแคลอรี่ต่อวันเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายของเรานั้น ขาดสารอาหาร เมื่อร่างกายของเราขาดสารอาหารแล้ว จะเกิดการโยโย่ของร่างกายของเรา จะยิ่งทำให้ร่างกายของเราไม่มีการเผาผลาญพลังงานเพิ่มเติม จะต้องปรับระบบร่างกายใหม่นั้นเอง

พอเราคำนวนปริมาณการกินต่อวันและ เราก็คำนวนปริมาณการเผาผลาญพลังงานด้วย จะต้องเผาผลาญพลังงานต่อวัน ให้ได้มากกว่า ปริมาณที่เราได้รับต่อวันนั้นเอง การออกกำลังกายเพิ่มเติม จึงถือเป็นทางเลืกที่ดีที่สุดแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากเราคำนวนแล้ว ได้รับพลังงานต่อวันประมาณ 1500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน เราก็ต้องทำกิจกรรมเพื่อเผาผลาญพลังงานให้ได้มากกว่า 1500 กิโลแคลอรี่นั้นเอง

ลด 10 กิโลใน 1 เดือนกระบวนการนี้ จะทำให้ร่างกายของเรา นำพลังงานจากไขมันมาใช้ เมื่อเราใช้พลังงานเกิดกว่าที่เราได้รับนั้นเอง จะเป็นการสลายไขมันไปในตัวนั้นเอง พยายามทำหลายๆกิจกรรม อาจจะเป็นทั้ง การวิ่ง ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส เดินเร็วเป็นต้น

ยกตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถเผาผลาญพลังงานได้ดี

  • กระโดดเชือก ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เผาผลาญพลังงานถึง 780 กิโลแคลอรี่
  • ขี่จักรยาน ความเร็วคงที่ 1 ชั่วโมง เผาผลาญพลังงานถึง 600 กิโลแคลอรี่
  • บาสเก็ตบอล ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 360 – 660 กิโลแคลอรี่
  • มวยไทย ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 800 กิโลแคลอรี่
  • ว่ายน้ำ ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 260 – 750 กิโลแคลอรี่
  • เดินขึ้นเนิน ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 480 – 900 กิโลแคลอรี่
  • เดินธรรมดา ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 300 กิโลแคลอรี่
  • เล่นฮูล่าฮูป ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 430 กิโลแคลอรี่
  • เต้นแอโรบิค ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 600 กิโลแคลอรี่
  • การนอน ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 75 กิโลแคลอรี่

สรุปง่ายๆก็คือ เราจะต้องมีวินัยในการควบคุมตัวเองให้ไม่หลุดจากการควบคุมตัวเอง ทั้งการกิน การออกกำลังกาย ทั้งนี้ก็ อย่าลืมเสริมสร้างกล้ามเนื้อกันด้วย เพื่อให้ร่างกายของเราได้สร้างกล้ามเนื้อจะยิ่งทำให้ร่างกายของเราดูฟิต และเฟิร์มมากขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here