ไม่ชอบกินผัก จะมีผลเสียอะไรต่อร่างกายบ้าง

0
43
ไม่ชอบกินผัก

หลายๆท่านคงทราบกันอยู่แล้วว่า การรับประทานผัก นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ถ้า ไม่ชอบกินผัก

หรือไม่อยากกินจะเป็นอะไรไหม ไม่ชอบกินผัก เป็นอะไรที่พูดยากมาก เพราะเป็นปัญหาในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ หลายคนก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผักผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะจะทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และยังดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย การไม่รับประทานผักหรือผลไม้ในเด็ก ทำให้เด็กมีสุขภาพแย่ลง จะเป็นหวัดง่าย ขับถ่ายลำบาก ติดเชื้อง่าย อาการจะหายไปด้วยการรับประทานผักหรือผลไม้มากขึ้น

อาหารหลัก5หมู่

สิ่งที่ขาดไปของการ ไม่ชอบกินผัก

สำหรับผักนั้น ดีต่อสุขภาพและเป็นหนึ่งใน อาหารหลัก 5 หมู่ และผักเป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานต่ำ และเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินและเกลือแร่หลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ใยอาหาร สารต้านอนุมูล อิสระ เป็นต้น การรับประทานผักและผลไม้ เป็นประจำสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ได้อย่างดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แนะนำให้รับประทานผักวันละ 4 -6 ถ้วยตวง หรือ 4 -6 ทัพพี เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานวันละ 1,600 กิโลแคลอรี ได้แก่ เด็ก ควรรับประทานผัก วันละ 4 ถ้วยตวงหรือ 4 ทัพพี

และในผู้หญิงวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ ควรกินผักวันละ 6 ถ้วยตวงหรือ 6 ทัพพี สำหรับคนเรานั้นต้องการพลังงานอย่างน้อยๆ วันละ 2,000 กิโลแคลอรี ได้แก่ วัยรุ่นและผู้ชายวันทำงาน ควรกินผักวันละ 5 ถ้วย หรือ 5 ทัพที ซึ่งจะถือว่าได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าหากร่างกาย ไม่ได้รับสารอาหารที่มาจากผักเลย หรือเราไม่ได้รับประทานผักเลย

ก็อาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคไม่ดี ติดเชื้อได้ง่าย วิตามินและเกลือแร่จะช่วยในเรื่องของกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยเรื่องการทำงานของระบบประสาทและสมอง ควบคุมการไหลเวียนของน้ำในร่างกายในสมดุล สรุปคือหากไม่กินผักและผลไม้เลย กระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายและจิตใจจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์

ไม่ได้ให้แต่ประโยชน์มีโทษด้วยเหมือนกัน สำหรับบางกลุ่ม

แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าผัก จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายๆด้าน แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ต้องรับประทานผักอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคไต เนื่องจากผักสด 1 ถ้วยตวง จะมีน้ำอยู่ประมาณ 7.4-124.4 กรัม โดยมะเขือเทศมีปริมาณน้ำมากที่สุด รองลงมาได้แก่ แตงกวา มะเขือเปราะ ฟักเขียว เป็นต้น สำหรับผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต

อาจต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำเมื่อบริโภคผักเหล่านี้ด้วย ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร และที่สำคัญจะต้องเอาใจใส่ในเรื่องของอาหารการกินให้มาก ยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีภาวะร่างกายที่มีความผิดปกติ เช่น ในผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ร่างกายไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องจำกัดอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง

ข้อมูลอ้างอิงจาก : www.bioveggie.net

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here